หลุยส์ ฟานกัล ไม่ขอโทษกับการที่เงียบอยู่ข้างสนามและไม่ออกมาสั่งการเหมือนเจอร์เก้น คล๊อปป์

หลุยส์ ฟานกัลนั้นชอบที่จะนั่งอยู่เฉยๆที่ซุ้มม้านั่งสำรองแทนที่จะออกมายืนสั่งการผู้เล่นของเขาจากข้างสนามเมื่อบางครั้งมันเป็นสิ่งที่ควรทำvan-gaal-klopp-anfield-manchester-united-liverpool_3399204

ฟานกัลนั้นไม่ใช่คนที่ซีเรียสขนาดนั้น เขาเป็นคนที่มีอารมณ์เฮฮาเหมือนกัน แต่เขาก็ไม่ขอขอโทษนักข่าวในเรื่องนี้เหมือนกัน เขาทำแบบที่กล่าวมากับการแถลงข่าวก่อนเกมวันเสาร์ที่ทีมของเขาจะพบกับลิเวอร์พูล ถึงแม้ว่ามันจะไม่เกี่ยวกับการที่เขาหลุดโมโหออกมาจากเกมที่เสมอกับนิวคาสเซิลในกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อเขาหลุดปากวิจารณ์นักข่าวคนหนึ่งว่าอ้วน การทะเลาะกันที่ขำขันแบบนั้นไม่ได้ถูกพูดถึงอีกครั้ง สิ่งนี้ช่วยคลายกังวลให้กับทุกคนที่เกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ก่อนจะออกจากห้องแถลงข่าวเขาได้กล่าวขอโทษถ้าบุคคลใดจะรู้สึกว่าไมได้รับความสะดวกจากการที่เขาสั่งเพิ่มความปลอดภัยที่สนามฝึกซ้อม “พวกเราต้องทำมันในตอนนี้ และมันไม่เกี่ยวกับที่ผมกลัวว่าจะมีใครซักคนเอาปืนลูกพกมายิงผมหรอกนะ” เขากล่าว

คล๊อปปในตอนนี้นั้นถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในโค้ชที่มีแทคติคและเทคนิคการเล่นที่แพรวพราวและล้ำลึกที่สุดคนหนึ่งของวงการ หรืออย่างน้อยเขาก็มีผลเชิงบวกต่อทีมของเขาที่สามารถเห็นได้อย่างชัดเจน ในขณะเดียวกันสำหรับ ฟานกัล แทคติคที่ดูจะระแวดระวังมากเกินไป เน้นป้องกันเป็นหลัก และพยายามครองบอลดูจะน่าเบื่อมากเมื่อเทียบกัน และยิ่งไปกว่านั้นโค้ชก็ดูน่าเบื่อเหมือนกัน เมื่อเปรียบเทียบกัน คล๊อปป์นั้นดูมีความกระตือรือร้นและอารมณ์ร่วมมากกว่ามากที่ข้างสนาม ส่วนฟาลกัลนั้นไม่แสดงออกใดๆและไม่ขยับเขยื้อนตัวห่างจากเก้าอี้เขามากเท่าไร

มันง่ายมากที่จะยกย่องให้คล๊อปป์เป็นเหมือนคนที่กำลังจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งและฟานกัลเป็นเหมือนคนที่กำลังจะเกษียณ ถึงแม้ว่ามันจะไมได้เด่นชัดมากนักว่าการแสดงออกด้านข้างสนามจะสร้างความแตกต่างให้ทีมของพวกเขา น่าเบื่อหรือไม่ก็ตาม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดก็ยังอยู่เหนือลิเวอร์พูลในอันดับตารางคะแนนและที่นิวคาสเซิลพวกเขาก็สามารถยิงได้ถึง 3 ประตู นั่นแหละเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าทำไมฟานกัลนั้นช่างน่ารำคาญยิ่งนัก ฟานกัลกล่าวว่า เขานั้นรู้สึกผิดหวังมากกว่ากองเชียร์ เขารู้ว่าเขาไมได้เห็นการยิงสามประตูมานานมาก แต่พวกเขาเสียไปสองแต้ม เมื่อคุณยิงได้สามประตูจากการเป็นทีมเยือนคุณควรจะจบเกมด้วยชัยชนะ
ในวัย 64 ปีของหลุยส์ ฟานกัล เขารู้สึกว่าการที่กระโดดไปมา โวยวายอยู่ข้างสนามไม่ได้ช่วยสนับสนุนให้ผู้เล่นของเขาโชว์ฟอร์มไปได้ดีกว่านี้ เขารู้จากประสบการณ์ของเขา เขากล่าว ผมเคยเป็นแบบคล๊อปป์เล็กน้อยนะตอนที่ผมยังหนุ่ม ผมไม่แน่ใจนะว่าสิ่งเหล่านั้นช่วยได้ คุณไม่สามารถมีผลกับผู้ตัดสินได้อย่างแน่นอนเพราะถ้าพูดถึงในเกมแชมป์เปี้ยนส์ลีคปีก 1995 รอบชิงชนะเลิศผมยังไม่เคยลืมที่ผมแสดงการกระโดดเตะกลางอากาศให้ผู้ช่วยกรรมการเห็นซึ่งเป็นสิ่งที่ผมเห็นคู่ต่อสู้ทำกับ ยารี่ ลิตมาเนน ผมยังคิดอยู่เลยนะว่ามันควรจะเป็นจุดโทษแต่เราไม่ได้มันนะ

คุณไม่สามารถแสดงความแตกต่างได้จากข้างสนามนะ ผมไม่คิดว่ากรรมการในอังกฤษจะมีผลกระทบจากการที่ผู้จัดการทีมทำอะไรซักอย่างข้างสนามนะ คุณต้องควบคุมอารมณ์ของคุณ ผมรู้ว่ากองเชียร์หลายๆคนชอบให้ผู้จัดการทีมแสดงมันออกมา แต่ผลกระทบต่อเกมกับการกระทำแบบนั้นมันไม่ได้สำคัญเท่าไรนะ ผู้จัดการคนหนึ่งสามารถทำได้ที่จะพยายามมีผลต่อเกมโดยการเปลี่ยนผู้เล่นหรือพยายามสื่อสารกับทีมของเขา และบางครั้งผมก็ไปที่ข้างสนามเพื่อที่จะทำแบบนั้น แต่ผมไม่ยืนตรงนั้นตลอด 90 นาทีนะ

หรือนี่เป็นสิ่งที่ทำให้ฟานกัลดูเหมือนจะเป็นปรมาจารย์ด้านการควบคุมตัวเอง หรือการเป็นใครซักคนที่ได้เห็นอะไรต่างๆมามากมายในช่วงเวลาของเขาซึ่งทำให้ไม่รู้สึกตื่นเต้นกับเหตุการณ์ธรรมดาข้างสนาม นั่นก็ไม่ใช่เอกลักษณ์ของเขาเช่นกัน เขากล่าวเพิ่มเติมว่า อารมณ์ร่วมในเกมของผมนั้นเยอะเกินกว่าที่จะควบคุมได้ สัปดาห์ก่อนผมเห็นตัวเองในทีวีแสดงพฤติกรรมแย่ๆออกมา บางครั้งมันก็เกิดขึ้นและผมไม่คิดว่ามันเป็นสิ่งที่ดีนะแต่มันก็ยากที่จะควบคุมไว้ทุกครั้งเหมือนกัน ผมคิดว่าคล๊อปป์ก็เป็น ผมจะทำให้ดีที่สุดที่จะควบคุมสติอารมณ์ของผมในวันอาทิตย์นี้ และผู้เล่นของผมก็เช่นกัน

970x250_VN